cultural (วัฒนธรรมพุทธ: วิถีพอเพียง)

POST : 2 พรหมจรรย์สำคัญไฉน? กรณีคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชย์และสุรยุทธ สุทัศนะจินดา
View 537
Ans 1
พรหมจรรย์สำคัญไฉน? กรณีคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชย์และสุรยุทธ สุทัศนะจินดา
เชิงเทียน

                   พรหมจรรย์สำคัญไฉน?   
  กรณีคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชย์และสุรยุทธ สุทัศนะจินดา
                                                     
   (คำถาม-คำตอบประจำเดือนมิถุนายน 2550)

                                                                                                                                                  ดร.ปฐมพงษ์  โพธิ์ประสิทธินันท์
 
คำถาม 11:  อาจารย์พูดถึงรักษาพรหมจรรย์ อาจารย์เป็นตุ๊ดหรือปล่าว?  อาจารย์มาในแนวเดียวกับคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชเลย  ทำไมถึงหัวโบราณเหลือเกิน? อาจารย์คิดว่าผู้ชายสมัยนี้ยังมีใครไม่เที่ยวหรือยังมีผู้หญิงเวอร์จิ้นอยู่อีกหรือ? (หนุ่มสัญจร/กทม.)
 
 คำตอบ: คุณออกจะด่วนสรุปไปหน่อยนะครับ ยิ่งถ้าเป็นคนระดับมีการศึกษาก็แสดงว่าคุณไม่เข้าใจหลักคิดขั้นพื้นฐานในวัฒนธรรมไทยอันมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาเลย ไม่รู้ว่าคุณเกิดและเรียนมาในประเทศไทยได้ยังไง แนวคิดขั้นพื้นฐานของพุทธก็ยังไม่รู้  

 

                     ผมเป็นผู้ชายทั้งแท่งครับ อีกอย่างหนึ่งในการอธิบายนั้น ผมเน้นอธิบายหลักการทางพระพุทธศาสนา  คำสอนพระพุทธเจ้าเหมือนฝนตกจากฟ้า ใครเห็นคุณค่าก็รับไปปฏิบัติหรือรับไปเป็นศาสนาประจำชาติ    ใครไม่เห็นคุณค่าหรือละเลยหันไปมอมเมาตัวเองก็เป็นเรื่องส่วนตัว  พระพุทธเจ้า,พระพุทธศาสนาหรือพุทธสาวกไม่เคยไปเดือดร้อนเลยว่าจะมีคนนับถือหรือไม่นับถือ 
             ดังนั้น  การที่ผู้หญิงจำนวนมากสมัยทุกวันนี้เสียตัว ไม่รักนวลสงวนตัว ไม่รักษาพรหมจรรย์หรือผู้ชายจำนวนมากเป็นนักเที่ยวตัวยงหรือล่าพรหมจรรย์ผู้หญิงไปเรื่อยๆ   ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผมเลยเพราะ  สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม’  อยู่แล้ว ถ้าในจำนวนคน 4000 กว่าคนที่มาอ่านเวปไซต์นี้ จะมีสักคนเก็บไปคิดใคร่ครวญต่อและเห็นด้วยกับคำสอนพระพุทธเจ้า ผมก็ได้บุญมหาศาลแล้วครับ การทำให้คนมิจฉาทิฏฐิมาเป็นคนสัมมาทิฏฐิเป็นกุศลมหาศาลอยู่แล้ว 
      พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ด้วยซ้ำว่าคนจะเข้าใจธรรมของพระองค์จนถึงรับไปปฏิบัติได้ก็ต้องมีอินทรีย์พร้อมหรือ บุญบารมี’  พร้อม นั่นแปลว่าอัธยาศัยใจคอคุณต้องได้รับการอบรมให้พร้อมก่อนถึงจะรับได้  พอได้ยินคนแนะนำปั๊บ คุณก็ซาบซึ้งและรับได้   ถ้าคุณไม่พร้อมก็ไม่ต้องรับ  มันยากครับที่จะต้องไปเข็นให้คนไม่รู้จักค่ามาเห็นคุณค่าได้ คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้สำหรับเวไนยสัตว์ที่มีอัธยาศัยพร้อมเท่านั้น   พระพุทธเจ้าก็ตรัสเสมอว่าพระองค์เป็นแต่เพียงผู้บอกเท่านั้น ช่วยอะไรไปกว่านี้ไม่ได้ แต่การที่คนสมัยนี้จะสำส่อนทางเพศ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงกฎธรรมชาติ  ไม่ให้กรรมดี-กรรมชั่วให้ผลได้นะครับ ทำดีก็ได้ดี ทำชั่วก็ได้ชั่ว มันซื่อสัตย์ของมันเสมอ
                    เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ พระองค์ก็ทรงดำริจะปล่อยวาง  ไม่เผยแผ่สัจธรรมที่ทรงค้นพบ เพราะธรรมะที่พระองค์ทรงค้นพบลึกซึ้งมาก  แต่ผู้คนในโลกนี้ส่วนมากยังยินดีบริโภคกาม ยังยินดีในกามารมณ์  ไม่พร้อมที่จะรับฟัง ถึงสอนก็คงไม่ฟัง คือหาคนเชื่อยาก  แต่ในที่สุด พระองค์ก็ทรงดำริเห็นว่า  ’ยังพอมีคนเข้าใจอยู่บ้าง แม้จะน้อยก็ตาม   ดังนั้น พระองค์จึงเริ่มเผยแผ่ธรรมะจนกระทั่งมีคนนำมาถ่ายทอดจนถึงพวกเรา ผมก็คิดเช่นนั้น ใครรับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ 
            เรื่องคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ที่จริงผมเห็นด้วยทุกอย่างที่เธอรณรงค์นะครับ เพราะจุดยืนเธอคือรักษาวัฒนธรรมไทยอันมีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาซึ่งทุกวันนี้  ต้องบอกว่านับวันจะมีสตรีน้อยรายออกมาสู้กับกระแสโลกาภิวัตน์อันเชี่ยวกรากแบบนี้  เธอกล้าหาญมาก  บางทีผมไหว้พระสวดมนต์เสร็จ ยังอธิษฐานให้คุณระเบียบรัตน์ได้เป็น  ’คุณหญิง’    ด้วยซ้ำนะครับเพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้คุณระเบียบรัตน์สู้ต่อไปและให้ผู้หญิงอื่นๆ ได้ทำตามมากขึ้น
                  เป็นคุณหญิงจากความพยายามทำให้หญิงไทยทุกวันนี้เห็นคุณค่าของความเป็นกุลสตรี และเน้นให้ลูกผู้ชายไทยเห็นคุณค่าของความเป็นกุลบุรุษ พร้อมกันนั้นก็เน้นให้ชายไทยที่มีภรรยารักครอบครัว ไม่นอกใจภรรยา  ถามหน่อยว่าขณะที่สังคมไทยกำลังเน่าเฟ่ะอยู่ทุกวันนี้ มีผู้หญิงมีผู้ชายกี่คนกล้าหาญกล้าทำ กล้าต่อสู้กับกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบเท่าคุณระเบียบรัตน์
                เวลาเธอปรากฏชื่อตามหนังสือพิมพ์ ฉบับออนไลน์  ผู้ชายหลายคนโพสต์ด่าทอเธออย่างไม่ให้เกียรติ  ผมคิดไปว่าพวกที่โพสต์ด่านี้เป็นพวก  ไอ้งั่ง  หรือ  กระบือตาบอด นอกพระพุทธศาสนานะครับ  ถึงมีการศึกษาแต่ก็คงเป็นพวกที่ไม่มีสมองหรือสมองกลวง   ปัญหาสังคมไทยเวลานี้มีหลายอย่างที่กำลังลุกลาม อาทิ 1.ครอบครัวแตก สามีและภรรยากำลังมีชู้กันมากขึ้น 2.เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิงที่อยู่ในวัยเรียนปล่อยตัวปล่อยใจ มีเพศสัมพันธ์กันง่ายมากยิ่งขึ้น คนจะช่วยปลูกฝังสู้กับกระแสสังคมมีน้อยมาก  ยิ่งมีน้อย สังคมควรให้กำลังใจมากกกว่าทำลายกัน 
                 สังเกตมั้ยครับ บางครั้งคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พาณิชได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์  บางที  คนสัมภาษณ์ตั้งคำถามเหมือนจะทำให้เธอเป็นตัวตลก คือทำเหมือนกับว่าสิ่งที่เธอทำอยู่เป็นเรื่องน่าขบขันหรือโบราณเสียเหลือเกิน  เช่น รายการ จับเข่าคุยของสรยุทธ สุทัศนะจินดา  ผมเคยชอบพิธีกรท่านนี้นะครับ   แต่วันนั้น  ผมนั่งดูรายการสัมภาษณ์คุณระเบียบรัตน์พักหนึ่งแล้วก็ปิดเครื่อง    ผมนึกว่าผมรู้สึกไม่ชอบท่าทีของสรยุทธ์ในวันนั้นคนเดียว
                    แต่ต่อมาก็เห็นคุณ แจ๋วริมจอได้รายงานลงในไทยรัฐ  ฉบับออนไลน์ ฉบับเสาร์ที่   2 มิถุนายน 2550 ว่า
            ดูรายการ จับเข่าคุยที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา เชิญคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มาจับ  เข่าคุยอย่างเปิดอกแล้วผมกลับเห็นใจและชื่นชมคุณระเบียบรัตน์ หรือที่สังคมหมู่มากเรียกขานเธอว่า เจ๊เบียบขึ้นอีกมากโขแม้พฤติกรรมของเธอเหมือน ตำรวจบ้าน คือ ดุดันน่าเกรงขาม แต่ความจริงใจ ที่จะให้ครอบครัวไทยมั่นคงแข็งแรง ก็เป็น จุดขาย ที่สังคมไม่ควรมองข้ามบ้านเมืองต้องมีคนอย่างนี้ไว้บ้าง อย่างน้อยก็ไว้คอยเหนี่ยวรั้งพวกไร้สติ ได้บ้างเหมือนกันที่นำเรื่องคุณระเบียบรัตน์มาพูด ไม่ใช่นึกอยากจะเจาะลึกในพฤติกรรมของอดีต ส.ว.ท่านนี้แต่อยากจะขอร้องไปยังผู้ทำ สื่อ บางประเภทที่ได้สัมภาษณ์คุณระเบียบรัตน์ไว้หน่อยว่าอย่าทำให้ เจ๊เบียบของผม กลายเป็นตัวตลกของสังคมไปมากกว่านี้โดยเฉพาะกรณีหลังสุดที่คุณระเบียบรัตน์ ออกมาพูดตักเตือนอดีตนางเอกรุ่นใหญ่คนหนึ่ง จนกลายเป็นเรื่องสนุกปากของชาวบ้านบางคนสะใจ เพราะถูกอดีตนางเอกรุ่นใหญ่ เปิดปากฉะกลับอย่างไม่ลดราวาศอกบางคนเห็นใจ เพราะเธอตักเตือนด้วยความหวังดีมีเมตตา แต่กลับถูกตอกหน้าว่า ไปยุ่งจุ้นจ้านกับชีวิตคนอื่น...สื่อนั้นก็คือคุณสรยุทธอีกนั่นแหละ  ด้วยความเคารพผู้อ่านข่าวและนักวิเคราะห์ ข่าวท่านนี้อย่างจริงใจ คุณสรยุทธยังติดนิสัยมาจาก ถึงลูกถึงคน คือชอบขยายประเด็นร้อนๆให้แตกแยกหนักขึ้นไปอีก โดย ขาดสาระที่จะมอบให้ ผู้ชม นอกจากความสะใจของรายการและคนบางคนเท่านั้นคุณสรยุทธพยายามตั้งคำถามที่ทำให้คุณระเบียบรัตน์ถูกสังคมมองด้วยความปรามาส เห็นแล้วตลกขบขันแต่ แก่นแท้ที่เธอพยายามต่อสู้ให้ สังคมมองเห็น หรือนำไปปฏิบัติกลับไม่นำมา ขยายความให้ถ่องแท้สุดท้าย เจ๊เบียบ ถึงจะเก่งกล้าสามารถยังไง ก็ต้องตกเป็น เหยื่ออันโอชะของสื่อบางชนิด จนได้ถือเป็น บทเรียนสำคัญ อย่าได้หลวมตัวอีก!!... ’ 
                ผมอ่านที่คุณ ’แจ๋วริมจอ’ เขียนดังที่ขออนุญาตนำข้อความมาข้างต้นนี้แล้วก็รู้สึกได้ว่าไม่ใช่มีผมคนเดียวที่คิดคล้ายกันแบบนี้ และหลังจากได้ดูรายการสัมภาษณ์   จับเข่าคุย   วันนั้นแล้ว     คะแนนนิยมที่ผมเคยมีต่อนายสรยุทธ สุทัศนะจินดาลดฮวบ   ผมเลิกติดตามดูรายการเขาเลย  ผมไม่ต้องการเห็นคนที่มีเกียรติระดับคุณระเบียบรัตน์มาเจอท่าทางกร่างๆ แบบสุรยุทธสัมภาษณ์ออกอากาศ   หลักการผมก็คือว่าผู้หญิงหรือผู้ชายที่ต่อสู้เพื่อวัฒนธรรมไทยพุทธ เมื่อไปปรากฏตัวร่วมรายการใด  พิธีกรต้องพยายามให้เกียรติให้มากที่สุด    ถ้าใครไม่ให้เกียรติคนที่ทำงานเพื่อวัฒนธรรมไทยพุทธ เราท่านจะต้องไปให้ความสนใจทำไม?
            ส่วนตัวผมให้เกียรติคุณระเบียบรัตน์  พงษ์พานิชมากกว่าดาราและนักร้องหลายคนในประเทศนี้เสียอีก 
                 สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมวัตถุนิยม  รับวัฒนธรรมฝรั่งซึ่งมีวัตถุนิยมเป็นแกนมาก จนกระทั่งไม่ได้ใส่ใจวัฒนธรรมของไทยเองเท่าไหร่ หลายคนก็ลูกครึ่ง ติดวัฒนธรรมฝรั่งมากกว่าวัฒนธรรมไทย  มีการศึกษาดีแต่ไม่มีสมองไปพิจารณาดูว่าพื้นฐานวัฒนธรรมไทยและฝรั่งนั้นมีหลักคิดบนพื้นฐานปรัชญาต่างกันอย่างไร  หมายความว่ารับวัฒนธรรมโดยไม่ใช้โยนิโสมนสิการว่าจะส่งผลกระทบในเชิงลบอย่างไร.
< 13 July 2007 11:23:33 >
 



 
ѧѨغѹ ͧ١ ж١ͧ ʹ Ҥ ѡǺ Ե ҡҹ...

ÅاºéÒ¹¹Í¡
< 12 October 2007 08:14:15 >
 

Suggestion
     
Name : *
       
  Messages : *
       
  Picture :  
     
       
  E-Mail :