webboard (กระดานสนทนา)

POST : 13 พุทธศาสนา..ปฏิเสธพระเจ้าจริงหรือ?
View 444
Ans 0
พุทธศาสนา..ปฏิเสธพระเจ้าจริงหรือ?
montasavi < montasavi_@hotmail.com >

คำสอนของพุทธศาสนาต่างจากศาสนาอื่น คือ   คำสอนของศาสนาอื่นนั้นเป็นคำสั่งที่ต้องทำตาม ใครไม่ทำตามจะถูกทำโทษจากเทพเจ้า      แต่คำสอนของพุทธศาสนานั้นเป็นเพียงการนำกฏธรรชาติมาบอก….เท่านั้น

 

          พระพุทธเจ้าไม่ใช่ผู้สร้างกฏหรือผู้บังคับผู้คนให้ต้องทำตามกฏ   พระองค์เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่เพียรพยายามจนเกิดความรู้แจ้งในกฏธรรมชาติว่า   สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมีอะไรเป็นสาเหตุ  ( เช่น อยากร่ำรวยต้องทำอย่างไร?)    และทรงรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างจึงจะหลุดพ้นไปจากกฏเกณฑ์ทั้งปวงของธรรมชาติได้

 

          ศาสนาพุทธมิใช่ว่าปฏิเสธเรื่องพระผู้สร้าง    แต่ไม่ให้ความสำคัญและไม่ใส่ใจที่จะไปศึกษาในเรื่องนั้น   เพราะเล็งเห็นว่า ถ้าไปหมกมุ่นอยู่กับ"ผู้สร้าง"มากเกิไป  ก็จะก่อให้เกิดโทษภัยเสีมากกว่า เพราะย่อมไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน ( ตีกันตายเพราะเรื่องนี้..กันซะเท่าไหร่แล้ว???)

 

          ศาสนาพุทธศึกษาแต่ในประเด็นว่า ทำอย่างไรจึงจะหลุดพ้นไปจากกฏเกณฑ์ทั้งปวงได้   ไม่ต้องยอมสยบอยู่กับอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น  ....แล้วในที่สุด   พระพุทธเจ้าก็ทรงค้นพบวิธีการนั้น  นั่นก็คือ..การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่สามารถปฏิบัติให้เห็นผลได้จริงในชาติปัจจุบัน..โดยไม่ต้องอาศัยความเชื่อ  สามารถเห็นผลได้ด้วยตนเองในชาตินี้ ..ไม่ต้องรอให้ตายเสียก่อน....

สรุปว่า   .....ศาสนาพุทธ มิใช่ศาสนาแห่งผู้สร้าง

.....แต่...เป็นศาสนาแห่งพระผู้แก้  ( แก้ทุกข์...ให้ถึงสุขอันถาวร)

         

          พระพุทธเจ้าเปรียนเหมือนหมอผ่าตัดผู้ป่วยที่ถูกลูกศรปักอก  หมอไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าคนยิงเป็นใคร ทำไมคนร้ายจึงยิง  หมอทำหน้าที่เพียงเร่งผ่าตัดช่วยชีวิตให้เร็วที่สุด  ....แต่ถ้าผู้ป่วยไม่ยอมให้ผ่าตัด โดยตั้งเงื่อนไขว่า  ต้องหาคนยิงให้ได้ก่อน ..เขาหน้าตาเป็นอย่างไร? ผู้หญิงหรือผู้ชาย...ต้องให้เขาบอกเหตุผลที่ยิงให้ได้ก่อน...ผมจึงจะยอมให้หมอผ่าเอาลูกศรออก   ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็รับรองได้ว่า ผู้ป่วยตายแหง๊แก๊!!!!???

 

 

พระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งกฎธรรมชาติว่า   

          สัตว์ทุกชีวิตเคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน(1)   ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่กันมาก่อนหาได้ยาก(2)     บางชาติเกิดเป็นเทวดา  บางชาติเป็นมนุษย์    บางชาติเป็นสัตว์เดรัจฉาน  บางชาติเกิดเป็นเปรต/อสุรกาย  บางชาติต้องตกนรก   ต้องเวียนว่ายตาย-เกิดอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ตามอำนาจบุญและบาปที่ตนเองได้ทำไว้    เหตุการณ์ทุกอย่างที่เราประสบอยู่ทุกวันนี้ไม่มีคำว่าโชคหรือบังเอิญ  ทุกอย่างเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำของเราในอดีตทั้งสิ้น(3)

......อ้างอิง...ดูรายละเอียดใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงการราชิวิทยาลัย (เล่มที่ / หน้าที่ )

1. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๓           
2. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๖ หน้า ๒๒๗           
3. พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ หน้าที่ ๓๕๐-๓๖๕

 

 

ถาม.     วิปัสสนาคืออะไร? ทำไมต้องปฏิบัติ?

ตอบ. วิปัสสนา แปลว่า เห็น(รู้อย่างเข้าใจ)แจ่มแจ้งในรูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน อาการที่เคลื่อนไหว ใจที่คิด เป็นต้น เป็นวิธีการปฏิบัติที่จะนำกายและใจ ของผู้ปฏิบัติให้เข้าถึงสภาวดับ สงบ เย็น(นิพพาน)ได้(1)  ถ้าต้องการสุขแท้ สุขถาวร ที่ไม่กลับมาทุกข์อีกก็ต้องดำเนินไปตามหนทางนี้เท่านั้น ไม่มีทางอื่น

ความรู้สึกของผู้ปฏิบัติหลายท่าน คิดว่าการปฏิบัติสมถกรรมฐาน ดีกว่า วิปัสสนากรรมฐาน เพราะสมถฝึกแล้วทำให้เหาะได้ รู้ใจคนอื่นได้ เสกคาถาอาคม ได้ ส่วนวิปัสสนาทำไม่ได้     แต่ถึงอย่างไรก็ตาม   ผู้ปฏิบัติสมถกรรมฐานก็ยังเป็น เพียงปุถุชนที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดใน ๓๑ ภูมิ   หาที่สุดของภพชาติไม่ได้    ยังต้อง ตกอบายทรมานในนรกอีก   ส่วนผู้ปฏิบัติวิปัสสนานั้น ถึงแม้จะเหาะไม่ได้ เสกคาถา ไม่ขลัง แต่ก็เหลือภพชาติเพียงแค่ ชาติเป็นอย่างยิ่ง และตั้งแต่ชาตินี้เป็นต้นไปก็จะไม่ตกอบายอีกแล้ว ไม่ว่าอตีดจะเคยทำบาปอกุศลไว้มากมายปานใดก็ตาม

อ้างอิง   พระไตรปิฎกภาษาไทย แปลโดยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

          1. ดูรายละเอียดในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ หน้า ๓๐๑

 

 

 ถาม.    ปฏิบัติวิปัสสนาแล้วจะได้รับผลดีอย่างไรบ้าง?

 

ตอบ. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมีมากมายยากที่จะอธิบายให้เห็นจริงได้ จนกว่าผู้นั้นได้ลงมือปฏิบัติจนได้เห็นผลจริงด้วยตนเอง แต่พอกล่าวเป็นตัวอย่างได้ดังนี้

. ทำให้บรรลุโสดาบันได้ภายใน -๔เดือน ทั้งที่มีเวลาพักถึงวันละ ชั่วโมง

                . เมื่อบรรลุโสดาบันแล้ว ถ้าหากต้องการมีฤทธิ์ มีเดช ก็สามารถฝึกสมถกรรมฐานต่อได้เลย จะสำเร็จได้ในระยะเวลาไม่นาน  ในขณะที่การปฏิบัติสมถล้วนๆ ต้องใช้เวลาปฏิบัติกันถึง -๓ปี หรือนานกว่านั้น จึงจะได้ผล

< 29 July 2007 18:20:26 >
 

Suggestion
     
Name : *
       
  Messages : *
       
  Picture :  
     
       
  E-Mail :