หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว  
www.bodhinand.com
  Search :
   - A   + A

www.bodhinand.com : Webboard

POST : 7 พรหมจรรย์หรือรักนวลสงวนตัวสำคัญไฉน?
View 842
Ans 0
พรหมจรรย์หรือรักนวลสงวนตัวสำคัญไฉน?
เชิงเทียน

พรหมจรรย์หรือรักนวลสงวนตัวสำคัญไฉน?

                  

ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ 

 

ถามกันบ่อยว่าพรหมจรรย์สำคัญไฉน? ท ำไมต้องรักนวลสงวนตัว? พรหมจรรย์แปลว่า ‘ความประพฤติที่ประเสริฐ’ การรักษาพรหมจรรย์ก็คือการพยายามรักษาระดับความประพฤติที่ประเสริฐให้คงเส้นคงวา พรหมจรรย์ไม่ใช่เยื่อพรหมจารีผู้หญิง โดยธรรมดาแล้ว เยื่อพรหมจารีผู้หญิงนี้ถ้าผู้หญิงได้เล่นกีฬาแรงๆ เช่น ตีเทนนิส เยื่อพรหมจารีก็ขาดได้ และไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่อย่างใดสำหรับชาวพุทธ

พระพุทธศาสนาสอนว่ามนุษย์และสัตว์ต่างมีกิเลส มีความกำหนัด แต่สัตว์นั้นต่างจากมนุษย์ เมื่ออยากก็จะสมสู่ ไม่มีแต่งงาน ไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นพี่สาวน้องสาวหรือญาติโกโหติกากัน เมื่อใดมีความอยากทางเพศเกิดขึ้นก็จะสมสู่กับสัตว์ตัวไหนก็ได้ 

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระองค์ก็สอนให้พุทธศาสนิกชนรู้จักกฎแห่งกรรม สอนว่าชาติหน้ามีจริง ชีวิตคนเราไม่ใช่แต่จะเกิดมาในชาตินี้ชาติเดียว ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพหน้าอีกนับชาติไม่ถ้วน คนมิจฉาทิฏฐิเท่านั้น ที่จะเชื่อว่าโลกหน้าไม่มี ดังนั้น เพื่อให้รับประกันว่าในภพหน้า พุทธศาสนิกชนจะเกิดในภพภูมิที่ดี  พระองค์ก็ย่อยคำสอนที่เป็นสัจธรรมมาให้ประชาชนได้ประพฤติปฏิบัติได้

ยกตัวอย่างเช่น ความต้องการทางเพศ พระองค์ก็สอนว่าเป็นความต้องการทางธรรมชาติ แต่ถ้าจะตอบสนองราคะตัณหาแบบสัตว์ คือสมสู่ไม่เลือก  ไม่มีกฎเกณฑ์ ไม่มีประเพณี ไม่มีกฎหมายหรือศีลธรรมมาควบคุม มนุษย์จะแตกต่างอะไรจากเดรัจฉาน  พระองค์จึงทรงสอนเรื่องพรหมจรรย์(วิถีชีวิตที่ประเสริฐ) เพื่อให้คนที่มุ่งไปสวรรค์และนิพพานได้พยายามปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตมีค่าและสูงกว่าสัตว์เดรัจฉาน

พรหมจรรย์ที่พระองค์ทรงสอนมีเป็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน เช่น  ระหว่างเป็นนักศึกษา นักศึกษาพยายามข่มอารมณ์ รู้จักสำรวมในกาม (กามสังวร) ไม่ตกอยู่ในอำนาจดำกฤษณา ถึงจะมีแฟน แต่ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายผู้ชายก็ไม่ทำอะไรที่ผิดวัฒนธรรมประเพณี เราก็ได้ชื่อว่ารักษาพรหม จรรย์ในระดับต้น,หลังจากแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เราจะมีเพศสัมพันธ์เฉพาะ

แต่กับคู่ครองของเรา ไม่นอกใจ ก็เป็นพรหมจรรย์ระดับที่สอง,วันดีคืนดี เรานัดแนะกับคู่ครองว่าจะรักษาศีล ๘ ไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กันเพื่อช่วยกันยกระดับจิตให้สูงขึ้น นี่ก็เป็นพรหมจรรย์อีกระดับหนึ่ง ต่อมา หากเราประสงค์จะออกบวช ถือศีล 227 ข้อ นี่ก็จัดเป็นพรหมจรรย์ระดับสูงขึ้นไป

พรหมจรรย์จึงเป็นคำสอนที่สอนให้พุทศาสนิกชนรู้จักมีผัวเดียวเมียเดียวและซื่อสัตย์กับภรรยาหรือสามีของตนเอง ถ้าตั้งคำถามว่าพรหมจรรย์สำคัญไฉน? ก็เท่ากับเรากำลังถามว่าศาสนามีประโยชน์ต่อเราไหม?

ถ้าถามต่อไปว่าทำไมพวกฝรั่งชาติตะวันตก หรือประชาชนในบางประเทศไม่ค่อยรักษาพรหมจรรย์กัน  คือเด็กหนุ่มชอบเที่ยว เด็กสาวนิยมเสียตัวแต่วัยเรียน ฯลฯ คำตอบก็คือพวกเขาไม่ได้เป็นพุทธศาสนิกชน  โดยเฉพาะพวกฝรั่งนั้น สังคมเขามีรากฐานอยู่บนแนวคิดวัตถุนิยม ไม่เชื่อในเรื่องภพหน้าอยู่แล้ว เขาจึงไม่จำเป็นต้องไปรักนวลสงวนตัวอะไร แม้คนไทยเองตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงจะประกาศว่าตัวเองเป็นพุทธก็ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นชาวพุทธที่ดี  ถ้าเขาเป็นชาวพุทธที่ไม่ดี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปตามเขา แม้พระเอกในวรรณคดีไทยเช่น ขุนแผน ก็ไม่ใช่ตัวอย่างพุทธศาสนิกชนที่ดี เป็นเพียงตัวอย่างผู้มักมากในกามารมณ์เท่านั้น  เอามาเป็นแบบอย่างแก่พุทธศาสนิกชนไม่ได้  

การที่คนไทยจำนวนมากประกาศตว่า เป็นพุทธศาสนิกชนก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาจะเข้าใจพุทธธรรมอย่างถ่องแท้ วิถีชีวิตของเขาจึงเอามาเป็นบรรทัดฐานชีวิตเราไม่ได้ แม้เขาจะเป็นพุทธศาสนิกชนก็ไม่ได้ แปลว่าวิถีชีวิตของเขาจะสะท้อนวิถีชีวิตของความเป็นพุทธอย่างแท้จริง

พระพุทธเจ้าทรงสอนทั้งผู้หญิงและผู้ชายให้รู้จักรักนวลสงวนตัว  รู้จักสำรวมในกาม รู้จักมีวินัยในตนเอง รู้จักเวลาอันเหมาะสมหรือวัยอันควรก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ รู้จักซื่อสัตย์กับคู่ครองของตนเองเมื่อแต่งงานแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตมนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ใครที่ปฏิบัติดังนี้ ก็ได้ชื่อว่าชีวิตอยู่บนพื้นฐานของศีล, สมาธิและปัญญา และเป็นชาวพุทธที่ดี

ผมอยากจะเน้นว่าเวลานี้ ผู้หญิงมีความเชื่อที่ผิดๆ กันมาก เช่น เห็นว่าสามีของตัวเองเที่ยวนอกบ้านกับหญิงอื่นๆ บ่อย เธอก็อยากนอกใจสามีไปเที่ยวกับชายอื่นๆ บ้าง สามีชอบกินเหล้าเมามายประจำ เธอก็อยากกินบ้าง สามีเที่ยวกลางคืน เธอก็อยากใช้สิทธิ์เที่ยวบ้าง ฯลฯ วิธีคิดแบบนี้ผิดนะครับ ภาษิตฝรั่งกล่าวไว้ว่าอบรมผู้ชายให้ดี ได้ชื่อว่าอบรมปัจเจกชนคนเดียว แต่หากอบรมผู้หญิงให้ดีได้ชื่อว่าอบรมคนทั้งครอบครัว เพราะผู้หญิงย่อมจะถ่ายทอดความดีของเธอสู่ลูกๆ อย่างหมดเปลือกและใกล้ชิดมากกว่าผู้ชาย

ดังนั้น ถ้าบังเอิญว่าอีกฝ่ายชั่ว  กินเหล้า เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน ฯลฯ ก็ไม่ควรที่อีกฝ่ายจะชั่วตาม ถ้าสามีชั่วแล้ว ภรรยาอยากใช้สิทธิ์ชั่วตามแล้วบุตรหลานจะยึดใครเป็นแบบอย่าง? ถ้าสามีหรือภรรยามีพฤติกรรมเลวทรามลง อีกฝ่ายควรจะต้องหนักแน่นและมีสติเพื่อให้บุตรหลานได้แบบอย่าง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องทำตัวให้เลวตาม  เพราะถ้าภรรยาชั่วตามสามี  บรรยากาศในครอบครัวจะต้องแย่ลงกว่าเดิมแน่ๆ ถ้าสามีชั่ว ภรรยาพยายามแก้ไขแล้วไม่สำเร็จ สามีก็ต้องรับกรรมที่เขาทำไม่เร็วก็ช้า  ความดีที่ภรรยาทำก็ไม่ไร้ค่า ในภพภูมิต่อไป ภรรยาอาจได้ไปแต่งกับชายอื่นที่มีคุณธรรมดีกว่าได้

เราจะต้องไปคิดอะไรมาก เพราะ กมฺมุนา วตฺตตี โลโก (สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)อยู่แล้ว ดอกบัวยังเติบโตท่ามกลางเปือกตมได้ฉันใด พุทธศาสนิกชนที่ดีย่อมดำรงตนเป็นคนดีได้ แม้จะอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีฉันนั้น.

< 01 April 2007 10:28:27 >
 



 

uirIUQsyeJJaDUH < AQDUfiRP >
< 14 January 2013 03:52:12 >
 

Suggestion
     
Name : *
       
  Messages : *
       
  Picture :  
     
       
  E-Mail :  
 



www.bodhinand.com หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว
 
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2019 All rights reserved.