หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว  
www.bodhinand.com
  Search :
   - A   + A

www.bodhinand.com : Webboard

POST :
View
Ans

< >
 



 

ภาระอีกอย่างที่มาวัดสุปัฏนารามหนนี้ก็คือพาดร.ดาวเรือง   วิทยารัฐ  อาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและคณะเข้าไปศึกษาคัมภีร์ใบลานและจารึกที่วัดเก็บรักษา ผมเคยรู้จักดร.ดาวเรืองสมัยเป็นนิสิตอักษรศาสตร์  จุฬาฯ เคยเรียนร่วมอาจารย์หลายคน  ต่อมา เธอได้ทุนพระราชทานอานันทมหิดลไปศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปารีสของฝรั่งเศส    ระหว่างผมเรียนที่อ๊อกซฟอร์ด  เธอก็ส่งอีเมล์มาขอปรึกษาทำวิทยานิพนธ์เป็นบางครั้ง  เมื่อผมได้ทุนจากอ๊อกซฟอร์ดไปมหาวิทยาลัยปารีส  ประเทศฝรั่งเศส  เธอกับแฟนฝรั่งก็พากันหาที่พักอย่างดีให้ผมได้อยู่ใกล้ๆ วิทยาลัยซอร์บอนน์ (Universite de la Sorbonne) และวิทยาลัยฝรั่งเศส (College de france) ทำให้สะดวกมาก    

ดร.ดาวเรืองโทรศัพท์มาบอกก่อนไปว่าอยากทำวิจัยคัมภีร์ใบลานภาษาพื้นบ้าน แต่ไม่กล้าเข้าพบเจ้าอาวาส  เกรงจะไม่ได้รับความสะดวก    ขอให้ผมช่วยติดต่อเจ้าอาวาส   (ยัยดาวว่างั้น)   ว่ากันตามดวง ผมถูกโฉลกกับผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม เพราะในดวงเดิมมีดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวคุณธรรมอยู่ตำแหน่งมหาอุจน์  ผู้ใหญ่มีคุณธรรมจึงเอ็นดู  เข้าหาก็ง่าย  ผมโทรศัพท์ไปหาท่านเจ้าอาวาส  ท่านก็คุยด้วยดี   รุ่งเช้ามา ท่านสั่งให้เปิดหอสมุด มีพระเณรช่วยทำความสะอาดหอสมุดแต่เช้า เพื่อให้คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้าไปดูได้ง่าย  วัดสุปัฏนารามมีจารึกภาษาสันสกฤตโบราณ มีใบลานและทับหลังด้วย  ผมเสร็จธุระที่วัดสุปัฏนารามแล้วก็รีบกลับโรงแรม  เก็บเอากระเป๋าใส่รถ ออกจากโรงแรมแล้วมาแวะวัดศรีอุบลรัตนาราม ซึ่งมีพระอุโบสถคล้ายวัดเบญจมบพิตร โดยมีพระแก้วบุษราคำซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์สมัยเชียงแสน นำมาจากเวียงจันทร์ประดิษฐสถานอยู่ด้วย

 

โบสถ์วัดศรีอุบลรัตนาราม จำลองจากวัดเบญจมบพิตร


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:06:44 >
 



 

จากนั้นก็ไปวัดบูรพาราม ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโลและหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโตเคยอยู่ปฏิบัติกรรมฐานร่วมกัน  วัดนี้เป็นวัดที่ผมไปเยี่ยมทุกปีเพราะติดหูติดตาผมมาตั้งแต่บวชเป็นเณรวัย 12 ขวบ  ที่สำคัญ เป็นวัดที่ประชุมเพลิงหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล อาจารย์กรรมฐานของหลวงปู่มั่นด้วย   หลวงพ่อเจ้าอาวาสท่านเป็นพระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต  ท่านจะเล่าถึงหลวงปู่มั่นให้ฟังบ่อยๆ เมื่อบวชเสร็จก็ได้มีโอกาสตามพระไปวัดบูรพาราม  สมัยนั้น ผมเป็นเณร เมื่อเดินเข้าวัดบูรพารามครั้งแรก ผมรู้สึกกลัวผี  กลัวสัตว์ป่าเช่น เสือดาว งู หมีมากเพราะพระท่านเล่ากันว่าเดิมมีสัตว์ป่าพวกนี้มาก   มีต้นไม้หนาทึบ  โดยเฉพาะต้นตะเคียนใหญ่ภายในวัด กุฏิยังไม่มีมากเหมือนเดี๋ยวนี้   มองไปทางไหนก็น่ากลัว  วัดนี้จัดเป็นวัดที่เหมาะสำหรับพระป่าโดยแท้   ห้ามมิให้ชาวบ้านส่งเสียงอึกทึกครึกโครม และดูเหมือนเทพาอารักษ์ก็ประสงค์จะให้เป็นอย่างนั้นด้วย

บริเวณหน้าประตูเข้าวัดบูรพาราม


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:08:07 >
 



 

บริเวณที่ประชุมเพลิงหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ทุกวันนี้มีรูปปั้นบูรพาจารย์ตั้งอยู่


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:09:46 >
 



 

กุฏิยกพื้นสูงในวัดเพื่อป้องกันน้ำท่วม


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:11:44 >
 



 

สิมหลังเก่าห้าบูรพาจารย์


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:12:48 >
 



 

ภายในสิม มีรูปปั้นบูรพาจารย์ 5 รูปสถิตอยู่


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:14:04 >
 



 

หอพระไตรปิฎกยกพื้นสูง


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:14:55 >
 



 

กรมศิลปากรติดป้ายอนุรักษ์


Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:16:08 >
 



 
ในบริเวณวัดจะเห็นมีรถผู้มาทำบุญหรือติดต่องานจอดประปราย (คันสีดำเป็นของผม)

Click for enlage picture.

เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:17:01 >
 



 

เล่ากันมาเป็นสิบปีว่าเคยมีทายกทายิกาประจำวัดพยายามจัดมหรสพหลายครั้ง  ทุกครั้งมักมีเหตุการณ์ประหลาดจนจัดไม่ได้  เช่น ไฟดับ จอพัง เครื่องเสีย ฝนไม่น่าตกก็ตก  เย็นๆ ถ้าเดินในบริเวณวัดคนเดียว ถ้าสมาธิไม่กล้าแข็งพออาจได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินเคียงข้างอีกคน  แต่เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใคร  พระสงฆ์ที่รักษาศีลไม่เคร่งพอ  อาจอยู่ได้แค่ครึ่งคืน  ต้องหอบบริขารหนีกลางดึกก็มี   ฯลฯ   เล่ากันว่าฆราวาสคนไหนเดินผ่านวัดบูรพารามตอนค่ำๆ มักจะเห็นผีกันบ่อย   ทั่วทั้งวัดจึงเงียบ พระสงฆ์ท่านปฏิบัติกัมมัฏฐานกันจริงจังและต้องรักษาศีลเคร่งครัด เมื่อมาเยี่ยมวัดนี้ครั้งแรก ผมจะเดินไปมุมไหนของวัดก็แทบจะเกาะจีวรหลวงพี่ที่พาไปด้วย  เคราะห์ดีที่สมัยเป็นเด็กนั้นไปเช้ากลับเย็น   ไม่ได้อยู่ค้าง 

 

ผมไปหนนี้ ไปช่วงบ่ายๆ  ผมจึงเดินคนเดียวไปรอบๆ วัด  รู้สึกว่าวัดเปลี่ยนไปจากเดิมทุกปี กล่าวคือมีสิ่งก่อสร้างใหม่เพิ่ม    วันนั้น วัดกำลังจัดพิธีรับกฐินจึงมีรถเข้ามาจอดหลายคัน  มีสร้างปะรำพิธีเสริม  มีรถเข้ามาจอดหลายคัน ญาติโยมทยอยเข้ามาวัดมาก   ผมมาถึงก็ตรงดิ่งไปหาท่านเจ้าอาวาสเพื่อกราบนมัสการท่านว่าเป็นแขก   อยากสนทนาไต่ถามธรรมกับท่าน  โดยธรรมดา ผมจะนุ่งกางเกงยีนส์   ใส่เสื้อยืดและรองเท้าแตะ   ทิ้งหรือเก็บปริญญาทั้งหมดเข้าลิ้นชักไว้บ้าน    ผมเข้าไปกราบและนมัสการเรียนถามเหมือนชาวบ้าน อยากฟังท่านเล่าประสบการณ์การปฏิบัติธรรม แต่วันนั้น ผมไปถึงก็พบว่าท่านกำลังปลงผม เนื่องจากเป็นวันอุโบสถขึ้น 15 ค่ำพอดี  จะถ่ายรูปก็ไม่สะดวก  หลวงพ่อเจ้าอาวาสเห็นผมก็เมตตาบอกว่าวันหลังอยากถามหรืออยากได้ข้อมูลอะไรก็แวะมาหาใหม่ได้  ผมจึงกราบลาท่านแล้วใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงเดินดูรอบๆ วัดก่อนจะขับรถเข้ากรุงเทพฯ ในวันนั้นเลย

  

หลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่นเกี่ยวข้องกับธรรมยุตในกรุงเทพอย่างไร?     ดั้งเดิมทีเดียว วัดนี้ เป็นแค่สำนักสงฆ์ที่หลวงปู่สีทา  ชยเสโน และหลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโลปฏิบัติธรรม  สมัยหลวงปู่เสาร์เริ่มปฏิบัติธรรม  บริเวณวัดเป็นป่าที่มีสิงสาราสัตว์อยู่มาก หลวงปู่เสาร์ท่านเคยไปอยู่วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน  กรุงเทพมหานคร   เดิม  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงสร้างวัดบรมนิวาสไว้คู่กับวัดบวรนิเวศวิหาร     ขณะที่ทรงใช้วัดบวรนิเวศวิหารเป็นสถานที่เล่าเรียนพระปริยัติธรรม  ก็ทรงจัดการให้วัดบรมนิวาสเป็นวัดสำหรับฝึกปฏิบัติกรรมฐานอย่างจริงจัง  สมัยพระองค์นั้น  พระสงฆ์ปฏิบัติย่อหย่อนพระวินัยกันอย่างมาก จนทรงออกมาตั้งนิกายธรรมยุตขึ้น  แล้วปลูกฝังพระภิกษุสามเณรเอาไว้ว่าการปฏิบัติกรรมฐานที่ถูกต้องนั้น ต้องมีรากฐานมาจากความเคร่งครัดในพระวินัยเสียก่อน ถ้าวินัยหละหลวม ไม่มีทางที่จะบรรลุธรรมขั้นสูงอะไรได้  พระมหานิกายในสมัยนั้นจำนวนมากปฏิบัติวินัยกันย่อหย่อน พระองค์จึงเน้นศีลหรือวินัยให้เคร่งครัดเป็นปฐม (สีเล ปติฏฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ  ดังที่อธิบายโดยพิสดารในวิสุทธิมรรคนั่นเอง)

 

สงฆ์ธรรมยุตจึงเริ่มต้นปฏิบัติธรรมโดยเคร่งครัดเรื่องพระวินัย พระองค์ได้ทรงพัฒนาวัดบรมนิวาสไว้อบรมพระภิกษุสามเณรผู้ประสงค์จะฝึกกรรมฐานอย่างจริงจังหรือเป็นพระป่าถือธุดงควัตรแบบสมัยพุทธกาลคู่กับวัดบวรนิเวศวิหารซึ่งเน้นปริยัติธรรมมากกว่า   หลวงปู่เสาร์ได้มาฝึกอบรมที่วัดบรมนิวาสแล้วไปปักหลักอยู่ที่วัดบูรพาราม  หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโตก็เข้ามาวัดบรมนิวาสบ้าง เสร็จแล้วก็ได้กลับไปอยู่ปฏิบัติกับหลวงปู่เสาร์ที่วัดบูรพาราม  หลังจากนั้น วัดบูรพารามก็กลายเป็นศูนย์กลางในการสอนพระกัมมัฏฐานสายธรรมยุตที่โด่งดังที่สุดขึ้นมาเพราะปฏิบัติแล้วได้ผลจริงตามสูตรพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ  กล่าวคือรักษาศีลให้เคร่งครัดเป็นรากฐานและเอาธุดงควัตรมาประกอบ คนที่ตั้งใจฝึกภาวนาก็ได้ผล เห็นจริง ดังนั้น พระกรรมฐานสายธรรมยุตจึงโด่งดังขึ้นมา วัดกรรมฐานสายธรรมยุตในฝั่งอำเภอเมืองอุบลราชธานีจึงผุดขึ้นมาก

 

หลวงพ่อชา สุภทฺโท ซึ่งอยู่ฝั่งวารินชำราบของอุบลราชธานีซึ่งติดกับศรีสะเกษสมัยนั้นเห็นหลวงปู่มั่นปฏิบัติได้ผลและมีชื่อเสียงก็เข้าไปเป็นศิษย์   หวังจะญัตติเป็นพระธรรมยุต  หลวงปู่มั่นจึงขอให้หลวงพ่อชา สุภทฺโท คงเป็นพระมหานิกายไว้ตามเดิม จะได้เป็นต้นแบบให้พระฝ่ายมหานิกายจำนวนมากที่สนใจสายนี้ได้ถือปฏิบัติตาม   ดังนั้น   ถ้าไปเที่ยวฝั่งอำเภอเมืองอุบลราชธานีก็จะเห็นว่าวัดกรรมฐานที่เป็นธรรมยุตมีกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง  ไม่ว่าจะเป็นวัดสุปัฏนาราม  วัดศรีอุบลรัตนาราม  วัดเลียบ ฯลฯ แต่ละวัดล้วนเคยมีพระกรรมฐานมีชื่ออยู่พำนัก แต่เมื่อข้ามจากฝั่งอุบลมาฝั่งวารินชำราบก็เป็นวัดป่านานาชาติหรือวัดหนองป่าพงศ์ของหลวงพ่อชา  วัดนี้ก็อยู่ไม่ห่างไกลจากหมู่บ้านบรรพบุรุษสายพ่อผมในอำเภอวารินชำราบเท่าไหร่

 

วัดบูรพารามนั้นตั้งอยู่ทิศทางตะวันออกของเมืองอุบล  เดิมนั้นพระเจ้าบรมวงศ์เธอ   กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ทรงสร้างให้พระสีทา ชยเสโน  ต่อมาเป็นต้นกำเนิดของบูรพาจารย์สายวิปัสสนากัมมัฏฐานที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ เช่น อาจารย์มั่น ภูริทัตโต อาจารย์สี ธัมมธโร อาจารย์เสาร์ กันตสีโล อาจารย์สิงห์ ขันตยคโม  ฯลฯ ภายในวัดนี้มีหอไตรบก (สร้างบนดิน) มีรูปลักษณะเรือนไม้ขนาด 3 ห้อง 2 หลังคู่ หน้าจั่วทำลวดลายรัศมีพระอาทิตย์ อาคารโดยรอบตกแต่งด้วยลายบัวฟันยักษ์ประดับกระจกสีเหลืองขาวและเขียว     ผมแวะไปดูสิม (ภาษาอีสานแปลว่าโบสถ์) มีลักษณะทึบ   หันหน้าออกสู่แม่น้ำมูล ส่วนฐานอาคารก่อด้วยอิฐเป็นฐานแบบสิมอีสานทั่ว ๆ ไป  หลวงปู่มั่นท่านพา คณะศิษย์ของท่านสร้างสิมนี้ขึ้นมา โดยขนเอาตมมาฉาบทาทำขึ้นแบบเรียบง่าย แล้วท่านก็พาศิษยานุศิษย์เข้าไปประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาตามหลักพระธรรมวินัย

 

ปัจจุบันแม้จะมีพระอุโบสถใหม่แต่สิมเก่าก็มีการเก็บรักษาไว้อย่างดี  มีรูปปั้นบูรพาจารย์สายพระกัมมัฏฐาน     ผมมีความสุขมากในชีวิตที่เกิดเป็นมนุษย์ที่มีโอกาสมากราบไหว้รูปปั้นบูรพาจารย์เหล่านี้ทุกๆ ปี    ถ้ารู้จักประวัติท่าน   อ่านปฏิทาของท่านและเลื่อมใสในตัวท่านเป็นส่วนตัวแล้ว จะรู้สึกว่าการได้ไปกราบเป็นยอดมหากุศล ซึ่งทำให้มีจิตใจสงบ อยากแนะนำให้บรรดาพุทธศาสนิกชนที่เป็นแฟนเวปไซต์นี้พาครอบครัวไปเยี่ยมนะครับ จะเป็นทัสนานุตตริยะ คือการได้เห็นที่ยอดเยี่ยมเพราะมีแต่จะทำให้ศรัทธาปสาทะเพิ่มพูนในพระพุทธศาสนา ข้อสำคัญคืออย่ามากันเป็นคณะทัวร์ใหญ่ให้อึกทึกครึกโครม ไปกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แต่งตัวให้กลมกลืนกับชาวบ้านอย่างง่ายๆ เข้าไปวัดอย่างสำรวมและเดินเที่ยวชมเงียบๆ อย่าคุยกันด้วยเสียงดัง ไม่เช่นนั้นจะรบกวนพระกัมมัฏฐานท่านครับ จะบาปปล่าวๆ


เชิงเทียน
< 08 March 2010 18:18:12 >
 


www.bodhinand.com หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว
 
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2019 All rights reserved.