หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว  
www.bodhinand.com
  Search :
 English
   - A   + A


                    
          คนร่วมเผยแพร่สื่อนู๊ด โป๊ เปลือย นุ่งน้อยห่มน้อยหรืออนาจาร
                         ในที่สาธารณะจะรับผลกรรมอย่างไรในอนาคตชาติ? 
                          (คัดจากคำถาม-คำตอบเดือนกรกฎาคม 2550)
 
                                                                                                                  ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์

 คำถาม 9: อาจารย์ค่ะ หนูได้ดูข่าวโทรทัศน์  มีข่าวว่าพระสงฆ์จัดให้มีโคโยตี้เต้นรำในแนวเซ็กซี่ในวัดเป็นบาปมั้ยค่ะ? ผิดวินัยสงฆ์มั้ยค่ะ ขอบคุณค่ะ (กานดา/ถนนทางรถไฟเก่า พระโขนง กทม)

 
คำตอบ: คำถามของคุณนี้ทำให้ผมต้องใช้เวลาพอสมควรในการค้นอ่านพระไตรปิฎก จำคำตอบในพระไตรปิฎกได้แต่นึกไม่ออกว่าอยู่พระไตรปิฎกเล่มไหน ผมได้อีเมล์คุณตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ต้องใช้เวลาหลายวันพอสมควร นั่งสำรวจพระไตรปิฎกฉบับบาลี ผมใช้เวลากับคำถามของคุณนานกว่าคำถามอื่นๆ ด้วยและก็โชคดี ได้พบคำตอบในพระไตรปิฎกเล่มที่ 18 (สํ.ส.18/589-592/377-380) ผมจะแปลเก็บสาระสั้นๆ นะครับ 
            
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ พระวิหารเวฬุวันใกล้พระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น มีพ่อบ้านนักเต้นรำนามว่าตาลบุตร เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วกราบทูลถามว่า

พระพุทธเจ้าตรัสว่า
                    
เคยได้ยินคำนักเต้นรำผู้เป็นอาจารย์และปาจารย์ก่อนๆ บอกว่านักเต้นรำคนใดทำให้คนสนุกสนานรื่นเริงด้วยคำจริงบ้าง คำเท็จบ้างตามเวทีเต้นรำ หรือท่ามกลางสถานมหรสพ ผู้นั้นเมื่อตายไปย่อมไปเกิดในกลุ่มเทวดาผู้ร่าเริงพระองค์ทรงเห็นอย่างไร?’ 
                   
พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ  นักเต้นรำคนนี้จึงถามพระองค์ถึงสามครั้ง พระองค์จึงตรัสตอบให้ฟังว่า
 
ถ้าคนทั้งหลายยังไม่ปราศจากราคะ  โทสะและโมหะ ยังมีราคะ โทสะและโมหะอยู่         แล้ว    นักเต้นได้เต้นเพื่อกระตุ้นราคะ,
โทสะหรือโมหะคนอื่นตามเวทีเต้นรำหรือท่ามกลางสถานมหรพต่างๆ ทั้งตนเองก็ประมาทมัวเมา ตั้งอยู่ในความประมาท เมื่อตายไป นักเต้นเหล่านี้ย่อมตกนรกชื่อปหาสะ...ที่มีคนบอกว่าจะไปบังเกิดในสวรรค์ชื่อปหาสะนั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ  คนเห็นผิดเช่นนี้มีคติสองอย่างคือไปเกิดในนรกหรือกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง
                
ครั้นพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พ่อบ้านนักเต้นรำนามว่าตาลบุตรร้องไห้สะอึกสะอื้นไปตลอด พร้อมทั้งสำนึกผิดว่าอาชีพที่ตนเองทำมาหากินนั้นผิดศีลธรรม แล้วขอบรรพชาอุปสมบท  ไม่นานก็บรรลุพระอรหัตตผล
 
              
สรุปก็คือการเต้น การร้องรำทำเพลงใดๆ ก็ตาม ที่กระตุ้นราคะ
, โทสะและโมหะของคนดูถึงจะเรียกว่าเป็นศิลปะ แต่ก็ผิดศีลธรรมในพระพุทธศาสนา ทำไมจึงเรียกว่าผิดศีลธรรมในพระพุทธศาสนา? ตอบว่าเพราะพฤติกรรมเหล่านั้น เป็นไปเพื่อกระตุ้นราคะหรือโทสะหรือโมหะอย่างใดอย่างหนึ่งของคนดูให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง

ดังนั้น นักเขียนในแนวนู๊ดนิยม เพื่อกระตุ้นราคะคนอ่านก็ดี  นักเขียนนวนิยายหยาบโลนตามนิตยสารรายปักษ์ก็ดี  นักสร้างหนังอีโรติกก็ดี
  นักสร้างหนังเรทอาร์ก็ดี  นักถ่ายภาพนู๊ดก็ดี  คนทำโฆษณานู๊ดก็ดี คนเป็นเจ้าของบาร์ คลับ เธค ที่มีสาวๆ เต้นเปลือย คนเป็นเจ้าของอาบ อบ นวด
  นักศึกษานุ่งสั้นยั่วยวนกิเลสคนอื่นก็ดี นายแบบนางแบบที่แต่งตัวเย้ายวนราคะก็ดี โคโยตี้ที่แต่งตัวยั่วราคะในงานต่างๆ เช่น งานเปิดตัวรถยนต์ก็ดี โดยที่สุด แม้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์, นิตยสาร, เวปไซต์หรือวารสารที่นำภาพลามกอนาจารหรือภาพคนนุ่งน้อยห่มน้อยไปตีพิมพ์เผยแพร่ต่างๆ นานา รวมทั้ง เจ้าของสื่อนั้นๆ ที่นั่งจ้องรอดูยอดขายด้วยความละโมบก็จัดเข้าในกลุ่มผู้นำเสนอเช่นเดียวกัน

ผมถึงบอกว่าที่มีข่าวว่าคุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิชไปประท้วงท่าเต้นนักร้องบางคนที่เต้นยั่วกิเลสในงานวัดนั้นทำถูกต้องตามหลักวัฒนธรรมพุทธแล้ว สมควรที่ชาวพุทธท่านอื่นๆ จะทำตามด้วยซ้ำครับ
 
            
เพราะเมื่อว่ากันตามพุทธวจนะแล้ว คนจำพวกที่หากินด้วยการมอมเมาชาวบ้านด้วยวิธียั่วกิเลสเหล่านี้ทั้งหมดในอนาคตชาติ  ถ้าไม่ไปพากันจัดปาร์ตี้สะแด่วแห้วกันในขุมนรกชื่อ ’ปหาสะ’ ก็ต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้งนักแสดงที่รับแสดงหนังแนวอีโรติกนั้นด้วย กฎแห่งกรรมได้ครอบคลุมทั้งคนที่ทำ คนที่ชวนให้ทำไว้หมด   ยิ่งได้มีส่วนมอมเมาผู้คนในสังคมมานานหลายปี ยิ่งมีผลหนักเพราะสั่งสมจนเป็นกรรมหนักนั่นเอง  
               
ส่วนกรณีพระสงฆ์นั้น ถ้าจะวินิจฉัยดูว่าท่านผิดพระวินัยเพราะส่งเสริมให้มีการเต้นแบบนี้หรือไม่ก็ต้องดูว่าท่านสนับสนุนจริงหรือไม่
? เพราะบางครั้ง การจัดแบบนี้ อาจจะเป็นการสุมหัวกันทำของกรรมการวัดฝ่ายฆราวาสบางคน  เห็นเขาเล่าว่าพวกเต้นเย้ายวนเหล่านี้จะโผล่มาเต้นโชว์ก็ตอนดึกๆ อันเป็นช่วงที่พระสงฆ์เข้าจำวัดหมดแล้ว ถ้าแอบเต้นกันแบบนี้โดยที่พระสงฆ์มิได้อนุญาต  พระสงฆ์ก็ไม่ผิด แต่ถ้าพระสงฆ์เห็นดีเห็นงามแต่ต้นก็ต้องว่าไปตามวินัยสงฆ์ครับ.  

 



www.bodhinand.com หน้าแรก ติดต่อเรา เว็บบอร์ด ข่าว
 
  Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2019 All rights reserved.  
Broadband
free-counter-plus.com
Broadband